ประวัติ เทรนกับ Inference
Photo: Google DeepMind / Pexels

🎙️ ฉบับพอดแคสต์ — อ่านออกเสียงประมาณ 17 นาที

คุณเคยสงสัยไหมว่า AI เรียนรู้และตัดสินใจได้อย่างไร? มาร่วมสำรวจประวัติศาสตร์ของการเทรนและอินเฟอร์เรนซ์ใน AI กับเรา

เมื่อเราพูดถึงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในปัจจุบัน คำสองคำที่มักจะได้ยินบ่อยคือ ‘เทรน’ (Training) และ ‘อินเฟอร์เรนซ์’ (Inference) ซึ่งเป็นกระบวนการหลักในการทำงานของ AI ทั้งสองคำนี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ AI สามารถเรียนรู้และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด แต่ก่อนที่เราจะเข้าใจถึงการทำงานของมันในปัจจุบัน เราควรย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์และการพัฒนาของกระบวนการเหล่านี้

### จุดเริ่มต้นของการเทรน

การเทรนในบริบทของ AI หมายถึงการสร้างและปรับปรุงโมเดลเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ กระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มมีความสามารถในการประมวลผลที่มากขึ้น นักวิทยาศาสตร์เริ่มใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติเพื่อพัฒนาโมเดลที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลได้

ในปี 1950s และ 1960s มีการพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Networks) ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการเทรน AI ในยุคแรกๆ โครงข่ายประสาทเทียมในยุคนั้นยังไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ได้วางรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนาต่อมา

### การพัฒนาในยุค 1980s และ 1990s

ในช่วงปี 1980s มีการฟื้นฟูความสนใจในโครงข่ายประสาทเทียมด้วยการพัฒนาวิธีการ Backpropagation ซึ่งช่วยให้การเทรนโมเดลมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเทรนโมเดลในยุคนี้ยังคงใช้ข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัด แต่ก็เริ่มมีการใช้ในงานจริง ๆ เช่น การรู้จำเสียงพูดและการรู้จำภาพ

ในปี 1990s การพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และการเข้าถึงข้อมูลที่มากขึ้น ทำให้การเทรน AI เริ่มมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โมเดลที่ซับซ้อนมากขึ้นเช่น Deep Learning เริ่มได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้ในงานที่หลากหลายขึ้น

### การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การเทรน AI ได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนาของเทคโนโลยี GPU ซึ่งช่วยให้การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ทำได้รวดเร็วขึ้น การเทรนโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ในปี 2010s มีการพัฒนาโครงข่ายประสาทลึก (Deep Neural Networks) ซึ่งกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการพัฒนา AI ในปัจจุบัน โมเดล Deep Learning สามารถเรียนรู้และตัดสินใจจากข้อมูลที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น เช่น การรู้จำภาพ การแปลภาษา และการเล่นเกม

### อินเฟอร์เรนซ์: การใช้งานจริงของ AI

ในขณะที่การเทรนเป็นกระบวนการในการสร้างโมเดล อินเฟอร์เรนซ์คือการใช้งานโมเดลที่เทรนแล้วในสถานการณ์จริง การอินเฟอร์เรนซ์เป็นขั้นตอนที่ทำให้ AI สามารถทำงานได้ในเวลาจริง เช่น การรู้จำใบหน้าบนสมาร์ทโฟน หรือการแนะนำวิดีโอบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

การอินเฟอร์เรนซ์มักจะต้องการความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูง เนื่องจากต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร การพัฒนาเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เช่น TPU (Tensor Processing Unit) ได้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของการอินเฟอร์เรนซ์

### ผลกระทบต่อวันนี้

ในปัจจุบัน การเทรนและอินเฟอร์เรนซ์ได้กลายเป็นพื้นฐานของการพัฒนา AI และมีผลกระทบที่สำคัญต่อหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การเงิน ไปจนถึงการผลิตและการบริการ การพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้เราสามารถแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อนได้มากขึ้น

### การเปรียบเทียบระหว่างเทรนและอินเฟอร์เรนซ์

การเทรนและอินเฟอร์เรนซ์เป็นกระบวนการที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเทรนต้องการข้อมูลขนาดใหญ่และเวลาในการประมวลผลที่ยาวนาน ในขณะที่อินเฟอร์เรนซ์ต้องการความรวดเร็วในการประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในทันที การพัฒนาทั้งสองอย่างนี้ต้องการทรัพยากรที่แตกต่างกัน เช่น การเทรนต้องการพลังประมวลผลสูงจาก GPU ในขณะที่อินเฟอร์เรนซ์ต้องการอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

### ความท้าทายและอนาคต

การเทรนโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ต้องการทรัพยากรและพลังงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่นักวิจัยและวิศวกรยังคงต้องหาวิธีการแก้ไขในอนาคต การพัฒนาวิธีการเทรนที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นสิ่งที่จำเป็น นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถทำให้การอินเฟอร์เรนซ์ทำได้เร็วขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลงก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย

การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของการเทรนและอินเฟอร์เรนซ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ทำงานในสายไอทีและเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

ที่มา: TechExtreme Editorial

#ประวัติ เทรนกับ Inference #ai #พอดแคสต์ #TechExtreme #พอดแคสต์ #TechExtremePodcast

หวังว่าคุณจะได้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการเทรนและอินเฟอร์เรนซ์ใน AI ขอบคุณที่รับฟัง TechExtreme แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไป