เทรนกับ Inference — ลึกซึ้ง ตอน 1
Photo: Google DeepMind / Pexels

🎙️ ฉบับพอดแคสต์ — อ่านออกเสียงประมาณ 16 นาที

วันนี้เราจะมาพูดถึงความแตกต่างระหว่างการเทรนโมเดล AI กับการทำ Inference ที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ!

ในโลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) คำว่า “เทรน” และ “Inference” มักจะถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงและความแตกต่างของทั้งสองคำนี้ ในตอนแรกของซีรีส์ “เทรนกับ Inference — ลึกซึ้ง” นี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสองกระบวนการนี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ในงานของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเทรน (Training) คืออะไร?

การเทรนโมเดล AI คือกระบวนการที่เราสอนให้โมเดลเรียนรู้จากข้อมูล โดยทั่วไปแล้ว เราจะมีชุดข้อมูลที่เรียกว่า “Training Data” ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่เราต้องการให้โมเดลเรียนรู้ เช่น รูปภาพ ข้อความ หรือข้อมูลเชิงตัวเลข ในกระบวนการเทรน โมเดลจะพยายามหาความสัมพันธ์และรูปแบบจากข้อมูลเหล่านี้ โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การปรับน้ำหนัก (Weight Adjustment) ที่จะช่วยให้โมเดลสามารถจำแนกประเภทหรือทำนายผลได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น ในการสร้างระบบจำแนกรูปภาพ เราอาจจะใช้รูปภาพของแมวและสุนัขเป็นข้อมูลฝึกสอน ในระหว่างการเทรน โมเดลจะเรียนรู้จากรูปภาพเหล่านี้ว่าแมวมีลักษณะอย่างไร และสุนัขมีลักษณะอย่างไร โดยการเปรียบเทียบรูปภาพกับป้ายกำกับ (Label) ที่เราตั้งไว้ เช่น “แมว” หรือ “สุนัข” ซึ่งจะช่วยให้โมเดลสามารถทำนายได้ในอนาคตว่า รูปภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้นเป็นแมวหรือสุนัข

การทำ Inference คืออะไร?

เมื่อโมเดลได้ผ่านกระบวนการเทรนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทำ Inference ซึ่งก็คือการนำโมเดลที่ผ่านการเทรนมาแล้วไปใช้ในการทำนายผลกับข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในขั้นตอนนี้ โมเดลจะใช้ความรู้ที่ได้จากการเทรนมาเพื่อทำการประเมินผลว่า ข้อมูลใหม่ที่ป้อนเข้ามานั้นอยู่ในกลุ่มไหน หรือมีลักษณะอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราได้สร้างโมเดลที่สามารถจำแนกรูปภาพของแมวและสุนัขได้แล้ว ในขั้นตอนของการทำ Inference เราจะนำรูปภาพใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมาให้โมเดลทำการทำนายว่า เป็นรูปภาพของแมวหรือสุนัข โดยโมเดลจะใช้ข้อมูลที่ได้เรียนรู้จากการเทรนมาช่วยในการตัดสินใจ

ความแตกต่างระหว่างการเทรนและ Inference

เมื่อเราพูดถึงการเทรนและ Inference มันมีความแตกต่างที่ชัดเจนในด้านของกระบวนการและวัตถุประสงค์ การเทรนคือกระบวนการที่ใช้ข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้โมเดลสามารถเรียนรู้และสร้างความเข้าใจ ในขณะที่ Inference คือการนำโมเดลที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการทำนายผลกับข้อมูลใหม่

นอกจากนี้ ความต้องการในด้านทรัพยากรระหว่างการเทรนและ Inference ก็แตกต่างกันอย่างมาก ในการเทรน โมเดลมักต้องการพลังการประมวลผลที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และโมเดลที่ซับซ้อน ทำให้การเทรนอาจใช้เวลานานและต้องการฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น GPU หรือ TPU

ในขณะที่ Inference มักจะต้องการทรัพยากรที่น้อยกว่า เพราะโมเดลจะทำการประมวลผลข้อมูลใหม่เพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีหรือวินาทีเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถนำโมเดลไปใช้งานในระบบที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรได้

การประยุกต์ใช้งานจริง

การเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างการเทรนและ Inference เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาและใช้งานโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI เช่น การสร้างระบบแนะนำสินค้า คุณจะต้องผ่านกระบวนการเทรนโมเดลด้วยข้อมูลของลูกค้า เช่น ประวัติการซื้อสินค้า เพื่อให้โมเดลสามารถเรียนรู้และทำนายสินค้าที่ลูกค้าอาจสนใจ

หลังจากที่โมเดลได้รับการเทรนเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะต้องนำโมเดลนั้นไปทำ Inference เมื่อมีลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์ โดยการป้อนข้อมูลใหม่ เช่น ประวัติการซื้อสินค้าหรือการค้นหาของลูกค้า โมเดลจะทำการทำนายว่าสินค้าใดที่ลูกค้าอาจสนใจและแนะนำให้ลูกค้าได้

เทคนิคในการเทรนและ Inference

ในการเทรนโมเดล AI นั้น มีเทคนิคหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของโมเดล เช่น การใช้เทคนิค Regularization เพื่อป้องกันการ Overfitting ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อโมเดลเรียนรู้รายละเอียดจากข้อมูลฝึกสอนมากเกินไป จนไม่สามารถทำงานได้ดีเมื่อเจอกับข้อมูลใหม่

นอกจากนี้ การใช้เทคนิค Data Augmentation ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของข้อมูลฝึกสอน โดยการสร้างตัวอย่างใหม่จากข้อมูลที่มีอยู่ เช่น การหมุนหรือปรับขนาดรูปภาพ ซึ่งจะช่วยให้โมเดลมีความสามารถในการจำแนกประเภทที่ดีขึ้น

ในด้านการทำ Inference นั้น เทคนิคที่สำคัญคือการใช้ Batch Processing ที่ช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการทำ Inference และลดภาระในการประมวลผลในแต่ละครั้ง

สรุป

ในตอนแรกของซีรีส์ “เทรนกับ Inference — ลึกซึ้ง” เราได้ทำความเข้าใจถึงความหมายและความแตกต่างระหว่างการเทรนและ Inference อย่างละเอียด การเทรนคือกระบวนการที่เราสอนให้โมเดลเรียนรู้จากข้อมูล ในขณะที่ Inference คือการนำโมเดลที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการทำนายผลกับข้อมูลใหม่ การเข้าใจถึงสองกระบวนการนี้จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาและใช้งานโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในงานของคุณ และยังมีเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรนและการทำ Inference ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำงานของคุณในอนาคต

ที่มา: TechExtreme Editorial

#เทรนกับ Inference — ลึกซึ้ง ตอน 1 #ai #พอดแคสต์ #TechExtreme #พอดแคสต์ #TechExtremePodcast

ขอบคุณที่ติดตามฟังพอดแคสต์ของเราในวันนี้!