
Carl Pei ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Nothing ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มราคามือถือที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีหน้า ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เขาได้กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลน RAM ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตโทรศัพท์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรุ่น Phone 4A ซึ่งราคาของหน่วยความจำได้เพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เริ่มต้นการพัฒนา จนถึงการเปิดตัวจริง โดย Pei ระบุว่าราคาหน่วยความจำได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเวลานั้น และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
Pei ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน ราคาของ RAM อาจมีส่วนทำให้ต้นทุนของมือถือใหม่สูงถึง 50% ของราคาทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหามือถือใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกลางที่ Nothing มุ่งเป้าไปยังผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีคุณภาพในราคาที่ไม่สูงเกินไป แต่ตอนนี้สถานการณ์การขาดแคลน RAM ทำให้การผลิตมือถือในระดับราคานี้มีความท้าทายมากขึ้น
การเตือนของ Pei ไม่ใช่เรื่องใหม่ในอุตสาหกรรมมือถือ เนื่องจากผู้ผลิตหลายรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการผลิตมือถือ ซึ่งมีผลมาจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้การผลิตวัสดุและชิ้นส่วนต่าง ๆ มีความล่าช้าและขาดแคลน
ในขณะที่ผู้บริโภคหลายคนอาจคิดว่ารอให้ราคามือถือปรับตัวลงก่อนจะซื้อเป็นทางเลือกที่ดี แต่ Pei ยืนยันว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการอัพเกรดคือเมื่อวานนี้” ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคควรพิจารณาอัพเกรดมือถือของตนในเวลานี้ ก่อนที่ราคาจะสูงขึ้นไปอีกในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าราคามือถือจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคต้องเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ ผู้บริโภคควรพิจารณาให้ดีเมื่อคิดจะอัพเกรดมือถือ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ราคามือถือมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสมอาจช่วยให้ผู้บริโภคสามารถได้มือถือที่มีคุณภาพในราคาที่ดีกว่าในอนาคตอันใกล้.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บทความนี้สรุปและเขียนใหม่โดยทีมบรรณาธิการ อ้างอิงจาก Stevie Bonifield ตามลิงก์ต้นฉบับด้านล่าง
อ่านต้นฉบับ: Nothing CEO says phone prices are going to keep going up
#Nothing #Carl Pei #ราคามือถือ #RAM #อุตสาหกรรมมือถือ