
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการส่งออกเทคโนโลยีชิปไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตชิปที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ยุโรปเริ่มแสดงท่าทีที่จะต่อต้านนโยบายนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชิปไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตชิปทั่วโลก
Christophe Fouquet ซีอีโอของ ASML ได้ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ว่าอุปกรณ์ที่จีนสามารถซื้อได้ในปัจจุบันนั้นเป็นเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีเก่ากว่า ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกส่งออกไปเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว และการที่ MATCH Act จะทำให้เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็นสิ่งต้องห้ามนั้น อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดชิปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ที่มีความตั้งใจที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้
การตอบโต้จากยุโรปไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการควบคุมของสหรัฐฯ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลในตลาดโลกได้ หากมีการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่สำคัญเช่นนี้
ในขณะเดียวกัน ยุโรปยังมีแผนที่จะพัฒนาความสามารถในการผลิตชิปของตนเอง โดยการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตชิปภายในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพิงจากเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางการเมืองกำลังเพิ่มสูงขึ้น
การที่ยุโรปเริ่มมีท่าทีที่ชัดเจนในการต่อต้านนโยบายของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมชิปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพิจารณาถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีในระดับโลก และการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บทความนี้สรุปและเขียนใหม่โดยทีมบรรณาธิการ อ้างอิงจาก Connie Loizos ตามลิงก์ต้นฉบับด้านล่าง
อ่านต้นฉบับ: Europe is pushing back on Washington’s chip war
#Chip Industry #Europe #US-China Relations #ASML #Technology Export