Adobe เปิดตัว AI ตัวช่วยใน Creative Cloud ปรับเปลี่ยนการสร้างสื่อสู่การจัดการการผลิต
Photo: Luca Sammarco / Pexels

Adobe ได้ประกาศการขยายตัวครั้งใหญ่ของ ‘creative agent’ ซึ่งจะถูกฝังอยู่ในชุดซอฟต์แวร์ Creative Cloud ชื่อดังของบริษัท โดยมีการอัปเกรด Firefly AI studio ซึ่งจะเปิดให้ทดลองใช้งานในเวอร์ชันเบต้าสาธารณะตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถใช้งานได้ใน Premiere Pro, Photoshop, Illustrator, InDesign และ Frame.io ซึ่งตัวช่วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สร้างเนื้อหารายบุคคลจนถึงทีมการตลาดในองค์กรขนาดใหญ่

แตกต่างจากเครื่องมือ AI รุ่นแรกที่มักจะสร้างสื่อแบบเรียบง่ายจากอินเตอร์เฟซการสนทนา ตัวช่วยที่ฝังอยู่ใน Adobe นี้ทำหน้าที่เป็นชั้นการจัดการที่มีความซับซ้อน มันสามารถตีความคำสั่งที่เป็นภาษาธรรมชาติและเข้าถึง API ของซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลังเพื่อดำเนินการทำงานที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอน เช่น การเปลี่ยนชื่อวิดีโอเป็นกลุ่มหรือการอัปเดตทรัพย์สินแบรนด์อย่างมีพลศาสตร์ในรูปแบบพิมพ์ โดยยังคงให้ผู้สร้างเนื้อหาตัดสินใจในด้านความสวยงามได้อย่างเต็มที่

เทคโนโลยีที่สำคัญในเวอร์ชันนี้คือการจัดการหน่วยความจำที่มีบริบทและการจัดการหน้าต่างบริบท ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่สำคัญในวิธีที่ AI ของ Adobe จัดการกับหน่วยความจำที่ยั่งยืนและการจัดการบริบท ใน Firefly creative AI studio ที่ได้รับการอัปเกรด บริษัทได้แนะนำสององค์ประกอบพื้นฐานคือ ‘Elements’ และ ‘Projects’ โดย Elements ทำหน้าที่เป็นห้องสมุดตัวแปรภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกและนำกลับมาใช้ใหม่ตัวละคร สถานที่ และวัตถุต่าง ๆ ข้ามหลายการสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสอดคล้องทางภาพที่เข้มงวดเมื่อแคมเปญขยายตัว

ในขณะที่ Projects ทำหน้าที่เป็นชั้นหน่วยความจำบริบท ซึ่งเก็บทรัพย์สิน การสร้าง และประวัติการทำงานในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกลับมาทำงานต่อจากจุดที่หยุดไว้ได้โดยไม่ต้องสร้างบริบทใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ระบบยังมีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีที่สำคัญคือความสามารถในการทำงานร่วมกับโครงสร้างเอกสารที่ซับซ้อนของแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการพัฒนาของ Adobe ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Adobe Creative Agent สามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการสร้างสรรค์และการผลิตสื่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการในการผลิตสื่อมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความนี้สรุปและเขียนใหม่โดยทีมบรรณาธิการ อ้างอิงจาก carl.franzen@venturebeat.com (Carl Franzen) ตามลิงก์ต้นฉบับด้านล่าง

อ่านต้นฉบับ: Adobe embeds agentic AI workflows across Creative Cloud, shifting from media generation to production orchestration

#Adobe #Creative Cloud #AI #Firefly #Media Production