SIEM ใช้จริงยังไง — ลึกซึ้ง ตอน 2
Photo: Tima Miroshnichenko / Pexels

🎙️ ฉบับพอดแคสต์ — อ่านออกเสียงประมาณ 16 นาที

ในตอนที่สองนี้ เราจะมาลงลึกถึงการใช้งาน SIEM ในองค์กรจริงกันว่ามันทำงานอย่างไรและช่วยป้องกันภัยคุกคามได้อย่างไร.

การจัดการความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรในปัจจุบันนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการความปลอดภัยนี้ก็คือ SIEM หรือ Security Information and Event Management ซึ่งในตอนที่แล้วเราได้พูดถึงพื้นฐานและความสำคัญของ SIEM ไปแล้ว ในตอนนี้เราจะมาลงลึกถึงการใช้งานจริงของ SIEM ว่ามันทำงานอย่างไรในโลกของความเป็นจริง

1. การติดตั้งและการตั้งค่า SIEM

การติดตั้ง SIEM เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแล้ว การติดตั้ง SIEM จะเริ่มจากการกำหนดความต้องการขององค์กรและการเลือกซอฟต์แวร์ SIEM ที่เหมาะสม เช่น Splunk, IBM QRadar หรือ ArcSight ซึ่งแต่ละตัวมีฟีเจอร์และความสามารถที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเลือกซอฟต์แวร์ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการติดตั้งซอฟต์แวร์ในเซิร์ฟเวอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลจากหลายแหล่ง

หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ผู้ดูแลระบบจะต้องทำการตั้งค่าการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น Firewall, IDS/IPS, Server Log, และ Application Log เพื่อให้ SIEM สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างครบถ้วน ในขั้นตอนนี้ การกำหนดนโยบายการเก็บข้อมูลก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะต้องเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ความปลอดภัย

2. การวิเคราะห์ข้อมูลและการตอบสนองต่อเหตุการณ์

เมื่อ SIEM ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น โดย SIEM จะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Deep Analytics) เพื่อค้นหาพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม การใช้บัญชีผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการส่งข้อมูลออกจากเครือข่ายในลักษณะที่ผิดปกติ

เมื่อ SIEM ตรวจพบเหตุการณ์ที่น่าสงสัย มันจะทำการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบผ่านทางระบบการแจ้งเตือน (Alerting System) ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถทำการตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น การบล็อก IP ที่มีพฤติกรรมไม่ปกติ หรือการทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

3. การสร้างรายงานและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

การสร้างรายงานเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สำคัญของ SIEM ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามสถานะของระบบรักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย SIEM สามารถสร้างรายงานที่แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการความปลอดภัยในองค์กร

นอกจากนี้ SIEM ยังช่วยในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เช่น GDPR, HIPAA และ PCI DSS โดยการสร้างรายงานที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านั้น ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตาม

4. ตัวอย่างการใช้งาน SIEM ในองค์กรจริง

เพื่อให้เห็นภาพการใช้งาน SIEM ในองค์กรจริง เรามาดูตัวอย่างขององค์กรที่นำ SIEM ไปใช้ในการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลกันบ้าง หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ บริษัทขนาดใหญ่ที่ให้บริการด้านการเงิน ซึ่งมีการใช้งาน SIEM ในการตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

บริษัทนี้ได้ทำการติดตั้ง SIEM เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากระบบที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงิน และทำการวิเคราะห์เพื่อค้นหาพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการทำธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ ซึ่งการใช้งาน SIEM ช่วยให้บริษัทสามารถตรวจจับและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทนี้ยังได้ใช้ SIEM ในการสร้างรายงานเพื่อแสดงให้ผู้บริหารทราบถึงสถานะความปลอดภัยของระบบ ซึ่งช่วยในการตัดสินใจในการลงทุนด้านความปลอดภัยในอนาคต

บทสรุป

การใช้งาน SIEM ในองค์กรนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล โดยการติดตั้งและการตั้งค่าที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างรายงานที่สามารถแสดงสถานะของระบบได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในตอนนี้เราหวังว่าคุณจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งาน SIEM ในชีวิตจริง และเตรียมพร้อมสำหรับตอนถัดไปที่เราจะพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

ที่มา: TechExtreme Editorial

#SIEM ใช้จริงยังไง — ลึกซึ้ง ตอน 2 #security #พอดแคสต์ #TechExtreme #พอดแคสต์ #TechExtremePodcast

ขอบคุณที่ติดตามฟังพอดแคสต์ของเราในวันนี้ อย่าลืมติดตามตอนถัดไปกันนะครับ!