เข้าใจ Hashing และ Cryptographic Hashing: SHA และ bcrypt
Photo: Moose Photos / Pexels

🎙️ ฉบับพอดแคสต์ — อ่านออกเสียงประมาณ 18 นาที

ในตอนนี้เราจะมาพูดถึง Hashing และ Cryptographic Hashing กันครับ โดยเฉพาะ SHA และ bcrypt ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล.

Hashing คืออะไร?

Hashing เป็นกระบวนการแปลงข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ให้กลายเป็นข้อมูลที่มีขนาดเล็กลง โดยใช้ฟังก์ชันที่เรียกว่า Hash Function โดยทั่วไปแล้ว ฟังก์ชันเหล่านี้จะสร้างค่าที่เรียกว่า Hash Value หรือ Hash Code ซึ่งมีความยาวคงที่ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลใดก็ตาม ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ฟังก์ชัน Hash บนข้อความ “Hello World” ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นค่าที่ไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นข้อความต้นฉบับได้ นี่คือจุดเด่นของ Hashing ที่ช่วยในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

Cryptographic Hashing คืออะไร?

Cryptographic Hashing คือการใช้ฟังก์ชัน Hashing ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดเก็บรหัสผ่านและข้อมูลที่สำคัญอื่น ๆ ฟังก์ชันเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษที่จะทำให้ข้อมูลที่ถูก Hash ไม่สามารถถูกย้อนกลับไปเป็นข้อมูลต้นฉบับได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังต้องมีความทนทานต่อการโจมตี เช่น Collision Attack ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีข้อมูลสองชุดที่ให้ผลลัพธ์ Hash เดียวกัน

SHA: Secure Hash Algorithm

SHA (Secure Hash Algorithm) เป็นชุดของฟังก์ชัน Hash ที่ถูกพัฒนาโดย National Security Agency (NSA) ของสหรัฐอเมริกา โดย SHA มีหลายเวอร์ชัน เช่น SHA-1, SHA-256 และ SHA-512 ซึ่งแต่ละเวอร์ชันจะมีความยาวของ Hash Value ที่แตกต่างกัน
– **SHA-1**: ผลลัพธ์เป็น Hash Value ยาว 160 บิต เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ในปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงต่อการโจมตี
– **SHA-256**: เป็นส่วนหนึ่งของ SHA-2 มีความปลอดภัยสูงกว่า SHA-1 โดยให้ผลลัพธ์เป็น Hash Value ยาว 256 บิต
– **SHA-512**: ก็เป็นส่วนหนึ่งของ SHA-2 เช่นกัน แต่ให้ผลลัพธ์ที่ยาวมากกว่า คือ 512 บิต

การใช้ SHA-256 ในการ Hash รหัสผ่านจะทำให้ยากต่อการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี เนื่องจากการสร้าง Hash Value จากรหัสผ่านที่ยาวขึ้นและซับซ้อนมากขึ้นจะทำให้การคาดเดายากขึ้น

bcrypt: การ Hash รหัสผ่านที่ปลอดภัย

bcrypt เป็นฟังก์ชัน Hash ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับการ Hash รหัสผ่าน โดยจะใช้หลักการทำงานที่เรียกว่า “Salting” ซึ่งหมายถึงการเพิ่มข้อมูลสุ่มเข้าไปในรหัสผ่านก่อนที่จะ Hash เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีแบบ Rainbow Table

เมื่อใช้ bcrypt ในการ Hash รหัสผ่าน ระบบจะทำการสร้างค่า Salt และรวมเข้ากับรหัสผ่านก่อนที่จะทำการ Hash ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีไม่สามารถใช้ตาราง Rainbow Table ในการคาดเดารหัสผ่านได้ เนื่องจากแต่ละรหัสผ่านจะมี Hash Value ที่แตกต่างกันแม้จะเป็นรหัสผ่านเดียวกัน

การเปรียบเทียบ SHA และ bcrypt

การเปรียบเทียบระหว่าง SHA และ bcrypt นั้นมีความสำคัญในการเลือกใช้ฟังก์ชัน Hash ที่เหมาะสมกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
– **SHA**: ถึงแม้จะมีความเร็วในการประมวลผล แต่ก็มีความเสี่ยงในการถูกโจมตี ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับการ Hash รหัสผ่าน
– **bcrypt**: แม้ว่าจะช้ากว่า SHA แต่ก็มีความปลอดภัยสูงกว่ามากในการจัดเก็บรหัสผ่าน เนื่องจากการใช้ Salt และความสามารถในการปรับความยากในการ Hash

การใช้งานในชีวิตจริง

ในชีวิตประจำวัน การใช้ Hashing มีมากมาย เช่น ในการเก็บรหัสผ่านในฐานข้อมูล เว็บไซต์ที่ให้บริการผู้ใช้มักจะไม่เก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่สามารถอ่านได้ แต่จะใช้การ Hash รหัสผ่านแล้วเก็บผลลัพธ์ที่ได้แทน เมื่อผู้ใช้ล็อกอิน ระบบจะ Hash รหัสผ่านที่ผู้ใช้กรอกและเปรียบเทียบกับ Hash ที่เก็บไว้ในฐานข้อมูล หากตรงกันก็จะอนุญาตให้เข้าสู่ระบบได้

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การใช้ Hash ในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ โดยเฉพาะไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้สามารถตรวจสอบ Hash Value ของไฟล์ที่ดาวน์โหลดว่าตรงกับที่เว็บไซต์ให้ไว้หรือไม่ ซึ่งจะช่วยป้องกันการดาวน์โหลดไฟล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือถูกโจมตี

ความสำคัญของการเลือกฟังก์ชัน Hash

การเลือกฟังก์ชัน Hash ที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล แต่ยังช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้ SHA-256 แทน SHA-1 จะทำให้ระบบของคุณมีความปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการประมวลผลที่มากขึ้นเล็กน้อย

ทิศทางในอนาคตของ Hashing

ในอนาคต แนวโน้มในการพัฒนาฟังก์ชัน Hash จะเน้นไปที่การสร้างฟังก์ชันที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง การพัฒนานี้จะช่วยให้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระบบที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บทสรุป

Hashing และ Cryptographic Hashing ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใส่ใจ การเลือกใช้ฟังก์ชัน Hash ที่เหมาะสม เช่น SHA หรือ bcrypt จะช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลสำคัญของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การทำความเข้าใจในกระบวนการนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในโลกของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ที่มา: TechExtreme Editorial

#Hashing #security #พอดแคสต์ #TechExtreme #พอดแคสต์ #TechExtremePodcast

ขอบคุณที่ติดตามฟังพอดแคสต์ในตอนนี้ หวังว่าคุณจะได้ความรู้เกี่ยวกับ Hashing และ Cryptographic Hashing ที่สามารถนำไปใช้ในการปกป้องข้อมูลของคุณได้ครับ.